Profiel van GoLFeRieZ(-_-")""۞●●[G]ФL[₣]_[Z]@...Foto'sWeblogLijsten Extra Help

Weblog


    19 maart

    น้องวินได้ถ่ายหนังโรงหว่ะ

    อ่ามาอัพๆแร้ว
    เหนคนอื่นเข้าอัพกานมากมาย
     
              โอย เดวนี้อากาดร้อนมากมาย ไปสยามเหมือนไปชายทะเล อาบแดด ร้อนชิบป๋ง วันนี้มีสุริยุปราคราพอดีเช้าๆ - สายๆยางร่มๆอยู่เรย กะจาใส่เสื้อแขนยาวหน่อย ก่อนออกจาบ้าน 2 ชม. แดดดันออกอีก เซงมากมาย
     
              เห้อ ครายจาไปรุ้อารายก้เกิดขึ้นได้ ดูน้องเค้าดิ แหม๋ อยู่ ป.5 แบบออกเดะเรียนโคดๆ ดันได้ถ่ายหนังซะงั้น แต่เปนตัวประกอบนะ55
     
              เริ่มจากก่อนสอบไฟนอล 1 วัน น้องเค้ามานเอาจดหมายเวียนของรร.มาให้ บอกว่าสหมงคลฟิล์มเลือกน้องมานเปนตัวประกอบหนัง เค้าก้นึกว่าแบบแสดงเปนหนังรร. ม่ายมีรายมาก ก้ช่างมานปาย แบบแค่ถามว่าแสดงวันไหน เมื่อไหร่แค่นี้
     
              พอเค้าเริ่มนัดมานก้เริ่มแปลก แบบให้ไปรร.ตั้งแต่ 7 โมง - เที่ยงคืน ก้เริ่มคิดปายว่ามานคงม่ายช่ายหนังเลกๆแล้วหล่ะนะ จนตอน 2 ทุ่มได้ไปดูน้องที่รร....เออรร.ที่ว่านี่ อัสสัมบางรักนะ
    แบบกองถ่ายเค้าสร้างฉากซ้อนฉากโบสอัสสัมอีกที (อันนี้ถือว่านโยบายอธิการที่ต้องการจะโชว์โบสสำเร็จอย่างงามเรย)
     
              เออ...ลืมบอกฉากที่แสดงที่รร.เกี่ยวกับประมานว่าลูก(ดาราเด็ก ไม่รุ้จัก)ของนางเอก(นก สินจัย)เค้าได้รับเลือกให้แสดงละครรร.ตอนกำเนิดพระเยซู แต่แล้วแม่ก้ม่ายมีเวลาให้ ส่วนพี่สาว(พลอย เฌอมาลย์)ก้ม่ายสนใจ ทำให้เดกคนนั้นเสียใจมาก เปนหนังแนวความรักเกี่ยวกับครอบครัวอ่ะ เรื่อง"รักแห่งสยาม"มั้งนะ กว่าจาเข้าปีหน้าโน่น
     
              น้องเค้ามานได้แสดงเปนเจ้าของโรงแรม เหนแล้วโคดฮาเลย มานต้องนั่งท่าเทพบุตร แต่มานอ้วนเรยนั่งม่ายได้ 55 แอบสมน้ำหน้าในจัย(คุณสมบัติพี่ที่ดี 55)...แต่โหแบบถ่ายโคดนานอ่ะ  ฉากนึงนี่ถ่าย 5-6 เทค กว่าจาจบเที่ยงคืนกว่า วันนี้น้องเค้าคงเหนื่อยมาก 10 โมงยางม่าตื่นเลย ปกติเหน8 โมงก้มาแระ มาทำเปนบ่นเค้าว่าวันๆฟังแต่เพลง -*-
     
              เออ...มะวานเจอมิสจิณ มิสจำชื่อเค้าได้ด้วยหว่ะ แต่กว่าจะจำได้นะ มิสบอกว่าหน้าเปลี๊ยนไป๋ หล่อขึ้นแบบจำไม่ได้ โอวววววววววว....ดีจัยโคด55 นานๆมีคนชมที เพราะตอนนั้นยางอ้วนเตี้ยแบบน้องเค้าเลย เตี้ยกว่าน้องเค้าตอนนี้อีก
     
    เห้ย เพิ่งมาคิดได้ มานน้องเรานี่หว่าแล้วทำไมมานได้ไปถ่ายหนังแล้ววะ แล้วพี่มานนี่หล่ะ
    มานเกินหน้าเกินตาพี่ไปแล้ว
    งี้ต้องจัดการ แสดงหนังเองเอาตัวเองเปนตัวเอกเลย
    Mission Impossible IV
    ภารกิจฆ่าน้องตัวเอง
    ตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
     
    เอาเปนว่าเปสนี้นี้ก้จบลงอย่างสวยงาม -*-
    เจอกันพาดหัวหนังสือพิมพ์
    บ๋ายบาย
    ร้ากทุกคน ยกเว้นน้องตะเอง พูดเล่นๆ 55
    MiZz EveRybOdY
     
    03 maart

    ภาวะปล่อยวางism

    hello everybody
    welcome to my world -*-
              อ่าสวัสดีนะทุกคน เห้อเหนคนอื่นอัพเเต่เราม่ายอัพมานก้ขัดต่อสังคมงายม่ารุ้ แต่เรื่องห้องก้อัพปายแร้ว อัพไรดีหว่าคราวนี้.............อ่าๆ...............รุ้เเระ
     
             วันนี้จะมาแนะนำความรุ้ให้ฟังหลังจากที่เพื่อนๆบอกว่าเค้ามีอาการเพ้อเล็กๆ ซึ่งไม่จริงเลย โอเค...มาเริ่มเรย...วันนี้จะมาแนะนำเพื่อนๆเรื่องภาวะของโรคชนิดหนึ่ง เพื่อนๆอย่าเพิ่งคิดไปในแง่ลบนะ เพราะโรคนี้เปนโรคที่ช่วยพัฒนาตัวของคนที่ติดเชื้อ นั่นคือ "ภาวะปล่อยวางism"
     
              เพื่อนๆหลายคนคงคิดว่าม่ายเคยรุ้จักชื่อนี้มาก่อน ซึ่งนั่นถูกต้องแล้วเพราะโรคนี้ค้นพบโดย(พระบรมวงศ์เธอ ศาสตราจารย์ นายแพทย์)สมเลิศ [ชื่อในวงเล็บเปนยศในอนาคต-*-]
     
              เพื่อนๆเคยประสบปันหาเหล่านี้หรือไม่ หวังอารายแล้ว พยายามกับมันไปเท่าไรแล้ว ยางงายมานก้ไม่สำเร็จ หวังในสิ่งที่เกินความสามารถของตนเอง ความทุกข์และปันหาต่างรุมเร้าเข้ามาในชีวิต คิดมาก คิดฟุ้งซ่าน ไม่เหนค่าของตัวเอง ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และอื่นๆ
     
              ทางเราขอแนะนำเชื้อโรคตัวใหม่นี้ โดยคุนสามารถหาเชื้อโรคได้จากคนที่เปนโรคเหล่านี้อยู่แล้ว โดยการพูดคุยกับเขาและสอบถามถึงสาเหตุการติดโรค คุนก้จะได้โรคนี้มาในระยะเบื้องต้น
     
              ลักษณะของโรคเปนดังนี้
        1.พยายามตัดใจจากสิ่งที่หวังและเปนไปไม่ได้(แต่ทำได้รึป่าวอีกเรื่องนึง...)
        2.รุ้จักเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่หวังสูง
        3.รุ้ทันโลกธรรม คือ มนุดต้องเจอทั้งสุขและทุกข์ปนกันไป(คือที่จำได้เพราะตอบในข้อสอบภาษาไทยผิดไง)
        4.รักตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมอีกนิสหน่อย(แต่ไม่ใช่เหนแก่ตัวนะ เเค่เหนค่าของตัวเอง)
        5.ซึม เศร้า เหงา และหงอยเมื่ออยู่คนเดียว
        6.สนใจปันหาหรือสิ่งต่างๆที่จะเกิดกับตัวเองน้อยลง
       7.ชอบฟังเพลง"ปล่อยวาง"ของPlay Ground (55+ อันนี้ไม่เก่วๆ)
     
              เอาเปนว่าเพื่อนๆคงรุ้จักโรคนี้กันแล้ว เหนมั้ยครับว่าโรคนี้มีประโยชน์มากเพียงใด มันสามารถช่วยคุนให้สบายใจ และผ่อนคลายจากสิ่งต่างๆที่คุนกำลังเสียใจหรือท้อแท้ใจในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่สำคันช่วยให้หายเครียดจากความร้าก หรือการสอบได้ด้วย โดยเฉพาะเอนทรานซ์    -*-
     
             คำเตือน!!!!!!! หากเพื่อนๆพยายามทำเปนติดเชื้อนี้หรือไม่ได้ติดเชื้อนี้จริง โดยที่ไม่ได้รับเชื้อมาจริง มันจะทำให้อวัยวะภายในชิ้นหนึ่งของเพื่อนๆได้รับอันตรายและความเจบปวดอย่างไม่เคยได้รับมาก่อน และเปนอันตรายต่อชีวิต อวัยวะชิ้นนั้นคือ "หัวใจ"ของเพื่อนๆนั่นเอง
     
              สุดท้ายคือ หลักการของโรคนี้ว่าโรคนี้มีหลักการอย่างไร...หลักมีอยู่ว่า...
     
    """อย่าหวังสิ่งในสิ่งใดสูงมากเกินไป"""
    """เพราะยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไร เมื่อตกลงมามานจายิ่งเจบมาขึ้นเท่านั้น"""
     
              หลักการนี้ค้นพบโดนเพื่อนของเราเอง นั่นคือ บดิน กะ โบท
     
              โอเค เอาเปนว่าสเปสนี้ไม่ได้เพ้ออย่างที่หลายคนบอกว่าตอนนี้กำลังเปนอยู่แล้วนะ เพราะนี่คือความรุ้จากการค้นพบโดนบังเอิญ อิอิ
     
    ByE ByE
    I hOpe EveRybOdy alway HapPy aNd goodLucK Na.
    Mizzzzz...everybody so much.
    BuT wHo iS EvErYboDy-*-